ผู้เขียน หัวข้อ: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2  (อ่าน 5981 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 12:59:55 PM »
ตอนที่แล้วจะเป็นการนำเสนอส่วนประกอบและการทำงานแบบคราวๆภายนอกตัวอุปกรณ์
ตอนนี้เราลองมางัดแงะให้ลึกมากขึ้น
ว่ามันรับสัญญาณได้อย่างไร


ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:00:38 PM »
ส่วนแรกที่จะนำเสนอก็คือ  ส่วนของชุดแผงรับสัญญาณดาวเทียม
วันนี้เรามาชำเหละชิ้นส่วนต่างๆออกมาให้หมดเปลือก
เอาให้เห็นไส้ในกันเลยดีกว่านะครับ
จากภาพประกอบเราจะเริ่มเกะแผงรับสัญญาณออกมา  ได้ทั้งหมด 3 ส่วนด้วยกันครับ
สำหรับชิ้นแรกจะเป็นแผ่นฝาหน้าด้านในตามรูปตัวอย่าง



ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:01:16 PM »
ฝาหน้าด้านใน


ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:02:42 PM »
ฝาล่างด้านใน
และส่วนประกอบอีกตัวหนึ่งก็คือตัว LNB  ( หัวรับสัญญาณ )





ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:03:25 PM »
เอ้า...คราวนี้มาดูการทำงานกันว่ามันสามารถรับสัญญาณได้อย่างไร
ปกติเราใช้จานทรงโค้งๆที่เขาเรียกว่าจานแบบ Palabola รับสัญญาณกัน
อย่างแบบนั้นเรารู้กันแล้วว่ามันทำงานอย่างไร
แต่ไอ้ที่มันแบนๆนี่ซิ  มันรับสัญญาณแบบไหนกัน
สำหรับแผงรับสัญญาณดาวเทียมตัวนี้เขาออกแบบมาให้มันรับสัญญาณ
จากดาวเทียม  THAICOM  KU  โดยตรง เอาไปใช้กับดาวเทียมดวงอื่นๆไม่ได้
ฉะนั้นการออกแบบมันก็ต้องเหมาะสมกับดาวเทียมดวงนี้ไม่ว่าจะเป็นมุมส่ายมุมก้มและอื่นๆ
ด้านความถี่ที่ใช้รับคือช่วงความถี่ในระบบ KU-BAND  และ ออกแบบฝั่งการรับคือ HOR
ฉนั้นในการออกแบบมันก็ต้องให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อใช้รับสัญญาณดังกล่าวทั้งหมด

ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:04:05 PM »
ดูจากแผงชิ้นแรกกันก่อนครับ
ชิ้นนี้คือแผงด้านหน้าของการรับสัญญาณ  ลองดูกรอบนอกจะเห็นว่ามีช่องเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า



วางเรียงตัวในแนวตั้ง 4 แถวและแนวนอน 8 แถว  นับรวมกันได้ทั้งหมด 32 ช่อง
คราวนี้ให้มองลงไปในแต่ละช่องจะเห็นว่าเขาได้ทำในแต่ละช่องให้มีช่องเอียงๆเป็นแนวเดียวกันอยู่ 4 ช่อง
เรียงเป็นแนวเฉียงจากบนลงล่าง
ที่เขาออกแบบๆนี้ไว้ก็เพื่อให้มันสามารถรับสัญญาณในแนว Hor ของดาวเทียมไทยคม KU ได้
มุมเอียงที่ทำไว้เพื่อให้โพลาไรของแนวการรับตรงกับโพราไรแนวการส่ง
เอาว่ากันง่ายๆก็คือ  ทำเสาอากาศฝั่งรับให้มันตรงกับเสาอากาศฝั่งส่งมันจะได้รับสัญญาณได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ
ที่นี่เขาทำเป็นรูๆไว้ทำไม
คำตอบก็คือเขาทำเป็นช่องให้สัญญาณมันวิ่งผ่านลงไปได้
และออกแบบช่องต่างๆที่เรามองเห็น  เพื่อให้เหมาะเฉพาะความถี่ช่วงของ KU Band เท่านั้นที่ผ่านไปได้
หรือตามภาษาช่างที่เขาเรียกว่า  การเรโซแนนซ์ของความถี่ หรือความเข้ากันได้กับความถี่ที่ต้องการ
หลักการนี้เขาเรียกว่า    Resonant Iris   เรโซแนนซ์ ไอริส    ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 32 ช่อง


ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:05:38 PM »
หลักการในการออกแบบ
เขาจะใช้วิธีคำนวณค่าความยาวคลื่นมาเป็นตัวกำหนด
เมื่อคำนวณได้ความยาวคลื่นแล้วก็มาจัดทำช่องที่เป็นรูๆให้เกิดค่าความถี่เรโซแนนซ์ที่ต้องการ
ส่วนใหญ่เท่าที่เขาใช้กันเขาจะใช้ที่   ¼   ของความยาวคลื่น
สูตรในการคำนวณแบบง่าย
ให้เลือกค่ากลางของความถี่ช่วง KU-BAND  มาทำการคำนวณ
ช่วงความถี่  KU BAND LO 11300  = 12.25 GHz – 12.75 GHz  ค่าระหว่างกลางคือ  12.50 GHz
สูตรสำเร็จคือ   299.7925 ÷  ความถี่  (MHz)
299.7925  ÷  12500 MHz  =  0.024 เมตร แปลงค่าเป็นเซนติเมตรได้ =  2.4 เซนติเมตร
สรุปได้ว่าความยาวคลื่นของช่วง KU-BAND  ความความยาวคลื่นกลางประมาณ 2.4 เซนติเมตร
ถ้าคิดเป็น  ¼  ของความยาวคลื่นก็เท่ากับ  0.6  เซนติเมตร  โดยประมาณ
การรวมสัญญาณ
คือการนำสัญญาณของแต่ละช่องสัญญาณมารวมกันเพื่อเพิ่มความแรงสัญญาณให้มีความแรงเพียงพอที่จะใช้งาน
หลักการก็คือ  การนำสัญญาณทั้งหมดมารวมกันด้วยท่อนำสัญญาณ  โดยออกแบบให้แต่ละช่องสัญญาณเมื่อผ่านท่อนำสัญญาณ สัญญาณ ณ ที่จุดรวมสัญญาณ จะต้องเป็น เฟสบวก เพื่อเสริมหรือรวมตัวกันของสัญญาณให้มีความแรงสัญญาณเพิ่มขึ้น  หากออกแบบไม่ถูกต้อง แทนที่จะได้ความแรงเพิ่ม สัญญาณก็จะลดลงได้
ขนาดท่อภายในออกแบบเป็นแบบช่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ตามหลักการการนำสัญญาณในท่อนำสัญญาณ
ข้อมูลเพิ่มเติมหาดูได้จาก หนังสื่อ ไมโครเวฟพื้นฐานและการประยุกต์ใช้งาน เรื่อง หลักการของสายนำสัญญาณและท่อนำคลื่น   หรือ  www.ict-telecomonline.com

ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:07:02 PM »
คราวนี้มาดูภายในโพรงหรือท่อนำสัญญาณด้านในกัน
โพรงด้านในจะประกอบด้วย  ฝานอกด้านใน  กับฝาล่างด้านใน  ตามรูปด้านบน


ลองมาดูที่ฝาล่างด้านในเป็นตัวอย่างการนำสัญญาณในท่อนำสัญญาณ
เมื่อสัญญาณทะลุผ่านเข้ามาที่แต่ละช่องด้านในแล้ว ในแต่ละช่องก็ได้ออกแบบให้มีทางออกของสัญญาณเอาไว้
เพื่อนำสัญญาณที่ได้ไปรวมตัวกันเพื่อเพิ่มความแรงสัญญาณ
ดูจากการออกแบบเขาได้ออกแบบการรวมสัญญาณไว้เป็นคู่ๆดังนี้
1+1    2+2    4+4     8+8  รวมแล้วข้างละ  16 ช่อง  รวมทั้ง  2  ข้างคือ 32 ช่อง
ในการรวมสัญญาณในแต่ละช่องสัญญาณจะสั่งเกตุเห็นว่า
ในแต่ละคู่ทั้งหมดของช่องรับสัญญาณจะมีท่อนำสัญญาณที่มีความยาวของท่อนำสัญญาณเท่ากัน
เพื่อให้สัญญาณที่เอามารวมกันไม่เป็นเฟสที่ต่างกัน   แต่ถ้าความยาวของแต่ละท่อที่ต่อเชื่อมกันมีความยาวไม่เท่ากันอาจจะมีปัญหาในเรื่องของเฟสที่ไม่เป็นในทางที่เสริมกัน   แทนที่จะได้สัญญาณแรงขึ้นกลับได้สัญญาณที่ลดลงได้
และก่อนที่จะรวมสัญญาณเข้าด้วยกันจะเห็นว่าท่อนำสัญญาณจะมีการบีบให้แคบลงก่อนการรวมสัญญาณ
เพื่อให้สัญญาณรวมตัวกันได้และไม่ย้อนกลับไปยังทางเดิมอันจะก่อให้เกิดการลดทอนสัญญาณลงได้
และทั้งหมดก็จะทำในลักษณะเดียวกัน  รวมกันทั้งหมด 32 ช่องสัญญาณ
และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตคือภายในโพรงสัญญาณจะมีการเคลือบทองแดงไว้ด้วยเพื่อให้มันไวต่อการเหนี่ยวนำสัญญาณ
เมื่อสัญญาณรวมตัวกันทั้งหมดมันก็จะทำให้มีความแรงของสัญญาณที่เพียงพอ   สัญญาณที่ได้ก็วิ่งตามท่อนำสัญญาณต่อไปยังท่อนำสัญญาณของตัว LNB และ  ส่งต่อไปยังเครื่องรับดาวเทียมต่อไป 
และนี่คือการรับสัญญาณจากแผงรับสัญญาณดาวเทียมแบบแบนๆที่เราเห็น

ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:08:24 PM »
สำหรับแผงรับสัญญาณดาวเทียมแบบหน้าแบนๆแบบนี้ก็เริ่มมีการนำมาใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป
หลายๆประเทศก็มีใช้แล้วและรวมถึงประเทศไทยเราก็มีร้านค้าบางร้านได้นำเฉพาะหน้าจานมาจำหน่ายแล้วที่เขาเรียกแผงรับสัญญาณดาวเทียมแบบนี้ว่า  Flat Satellite Antenna  ส่วนใหญ่ก็จะเน้นรับสัญญาณในช่วงความถี่ KU-BAND


ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 01:10:05 PM »
ความรู้เอามาแบ่งปันฉันพี่น้อง  ตั้งใจให้ด้วยใจจริง 

มนตรี  สุขรอบ

ไทยแซท  จานดาวเทียมเพื่อคนไทย

 :dookdik_greenTea_2: :dookdik_greenTea_2: :dookdik_greenTea_2:

ออฟไลน์ เบียร์ วิเชียรบุรี

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 19
  • คะแนนน้ำใจ +0/-0
  • โอกาศ + ฝึกฝน = สำเร็จ
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2013, 09:42:16 PM »
ตัวไหนใช้ควบคุมในการหาดาวเทียม
ผดุงวิทย์ ดิษฐเจริญ วิทยาลัยการอาชีพวิเชียรบุรี ต.สระประดู่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์ 67130 082-7681423
"ยากเพราะคิด สัมฤทธิ์เพราะทำ"

ออฟไลน์ ช่างดาวเทียม

  • จานดาวเทียมเพื่อคนไทย
  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2403
  • คะแนนน้ำใจ +33/-0
    • ดูรายละเอียด
Re: เจาะลึกจานติดรถยนต์ ตอนที่ 2
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2013, 07:51:22 AM »
ตัวไหนใช้ควบคุมในการหาดาวเทียม

ใช้วิธีเขียนโปรแกรมตรวจสอบความแรงสัญญาณ
เปิดเครื่องครั้งแรก  แผงรับสัญญาณมันจะหมุนรอบตัวหาสัญญาณ
หากรับสัญญาณไม่ได้มันจะหมุนอยู่อย่างนั้นตลอด

เมื่อหมุนหาสัญญาณรอบตัวและรับสัญญาณได้
ระบบตรวจสอบจะเช็คความแรงสัญญาณสูงสุด
และส่งสัญญาณไปสั่งให้มอเตอร์หยุดหมุน  *ตัวนี้ใช้เป็นสเต็บปิ้งมอเตอร์*
หากรถมีการเคลื่อนที่ผิดไปชุดแผงรับสัญญาณก็จะหมุนซ้ายขวาเพื่อแทรคค้นหาสัญญาณโดยอัตโนมัติ
โดยใช้ความแรงสัญญาณเป็นตัวตรวจสอบครับพี่น้อง

ภาพมอเตอร์ดูจากตอนที่ 1