ผู้เขียน หัวข้อ: อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม LNB  (อ่าน 5951 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ helpdesk

  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 152
  • คะแนนน้ำใจ +6/-0
    • ดูรายละเอียด
    • facebookTHAISATCENTER
อุปกรณ์รับสัญญาณดาวเทียม LNB
« เมื่อ: สิงหาคม 02, 2013, 12:19:04 PM »
LNB

LNB ประกอบด้วย
ตัวรวมสัญญาณ  Feed Horn
หน้าที่หลักของ Feed  Horn Scalar Ring
          ทำหน้าที่รวมสัญญาณที่ได้จากการสะท้อน จากจานรับสัญญาณดาวเทียม  เพื่อรวมสัญญาณป้อนให้กับตัว LNB  โดยส่งเข้าผ่านท่อ นำสัญญาณ หรือกระบอกนำสัญญาณที่เรียกว่าท่อ Waveguide  ช่วยให้การรับสัญญาณรับได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

อุปกรณ์ขยายสัญญาณแบบรบกวนต่ำ ( Low Noise Block downconverter )
         
           ทำหน้าที่ขยายสัญญาณ ด้วยวงจร LNA  ( Low Noise Amplifier ) ขยายสัญญาณในช่วงความถี่สูง RF AMP เป็นการขยายแบบ การรบกวนต่ำ  เพื่อให้ได้สัญญาณจริงที่ส่งมาจากดาวเทียมให้มีความแรงเพียงพอและส่งต่อเข้าไปยังวงจร   เปลี่ยนความถี่ให้ต่ำลง เพื่อให้ส่งสัญญาณไปในสายเส้นเล็กๆอย่าง สายเบอร์ RG6 ได้ สัญญาณขาออกจากตัว LNB เป็นสัญญาณช่วงความถี่ IF หรือเขาเรียกว่าความถี่กลาง ส่งออกต่อไปที่ขั้ว OUTPUT ของตัว LNB เพื่อส่งเข้าเครื่องรับดาวเทียมต่อไป
อุปกรณ์ขยายสัญญาณที่มีสัญญาณรบกวนต่ำ
          เมื่อได้สัญญาณที่รวมจากจานดาวเทียมที่จุดโฟกัสความแรงสัญญาณที่ได้เพียงพอ สัญญาณจะถูกรับจากสายอากาศทั้ง Ver Hor ส่งต่อเข้าไปยังอุปกรณ์ขยายสัญญาณที่มีการรบกวนของสัญญาณต่ำ 
LNB (Low Noise Block downconverter) จะมีขั้วโลหะชิ้นเล็กๆ ความยาวประมาณ 1 นิ้ว อยู่ 2 ขั้วซึ่งในส่วนนี้จริงๆแล้วคือขั้วสายอากาศที่ทำหน้าที่รับสัญญาณจากดาวเทียม ในแนวตั้ง 1 อันและแนวนอนอีก 1 อัน  เมื่อรับสัญญาณได้แล้วจะส่งต่อไปยังวงจรอิเล็คทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ขยายสัญญาณที่มีการควบควบสัญญาณรบกวนให้ต่ำที่สุด  ถ้าเปรียบเทียบเมื่อสมัยก่อนจะต้องใช้จานขนาดใหญ่มากเพื่อให้เกิดความต่างของสัญญาณรบกวนและสัญญาณจริงที่รับจากดาวเทียม ก่อนที่จะทำการขยายสัญญาณในวงจร Low Noise Amplifier เพื่อให้ได้สัญญาณจริงจากดาวเทียมให้มากที่สุด

           Noise Temperature ของ LNB จะบอกเป็นค่าองศาเควิน ( Degree Kelvins : K ) ซึ่งถ้าหากว่าค่า Noise Temperature ยิ่งมีค่าต่ำเท่าไร  สัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นใน LNB ก็จะน้อยลงไปด้วย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในย่าน 20-40 องศาเควิน ปัจจุบันเทคโนโลยี่ก็ทันสมัยมากขึ้นเรื่อยๆ  ทำให้การผลิต ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก
           LNB สำหรับระบบ Ku-Band   LNB ที่ใช้ในย่านความถี่ Ku-Band จะแสดงอัตราการเกิดของสัญญาณรบกวนอยู่ในรูปของ Noise Figure ซึ่งมีหน่วยเป็น dB แทนค่า Noise Temperature ซึ่งเป็นหน่วยวัดสัญญาณของ LNB สำหรับย่าน C-band

ขั้วคลื่นแบบแนวตั้งและแนวนอน
          สัญญาณที่ส่งจากดาวเทียมจะมีการส่งขั้วคลื่นแบบแนวตั้ง Vertical และแนวนอน Horizontal     เพื่อทำให้การส่งสัญญาณที่มีความถี่เหมือนกัน  สามารถที่จะทำการส่งได้ในพร้อมกัน 2 แนว โดยไม่เกิดการรบกวนระหว่างกัน   เนื่องจากความถี่ที่มีใช้ในระบบการรับส่งสัญญาณดาวเทียมมีใช้อย่างอย่างจำกัด  เมื่อติดตั้ง LNB แบบนี้จำเป็นต้องหมุนขั้วคลื่นให้รับสัญญาณได้ตรงตามแนวการส่งด้วย  จึงจะทำให้รับสัญญาณได้ดีที่สุด  ปัจจุบัน LNB ในแบบรุ่นนี้เป็นที่นิยมใช้มากที่สุด

ขั้วคลื่นแบบวงกลม
           การส่งคลื่นสัญญาณจากดาวเทียมเป็นแบบวงกลม หรือที่เรียกว่า  Circular Polarization ดังนั้นหากว่าเราต้องการรับสัญญาณที่ส่งแบบขั้วคลื่นแบบนี้ ให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุดแล้ว  เราจะต้องใช้ LNB ที่มีฟีดฮอนที่มีโครงสร้างของโพรบเป็นแบบ Circular  ด้วยเช่นกัน  โพรบจะมีลักษณะเป็นวงกลม ( Helical ) และมีลักษณะของรูปคลื่น ( Pattern ) หมุนเป็นเกลียว และยังแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ แบบที่มีคลื่นหมุนทางขวา ( Right Hand Circular Polarization ) และแบบคลื่นที่หมุนทางซ้าย ( Left Hand Circular Polarization ) ส่วนแบบลิเนีย ( Linear Polarization ) แบ่งออกเป็น  Horizontal Polarization และ  Vertical  Polarization  ถึงแม้ว่าฟีดฮอนแบบลิเนีย ซึ่งเป็นแบบมาตรฐานจะสามารถรับสัญญารได้ก็ตาม  แต่ตรึ่งหนึ่งของสัญญาณก็จะเกิดการสูญเสียไป  ฉนั้นหากต้องการสัญญาณที่มีความสมบูรณ์ควรเลือกใช้ให้ถูกต้องด้วยจึงจะรับสัญญาณได้ดี

อุปกรณ์การปรับขั้วคลื่นของดาวเทียม
           LNB รุ่นเก่าจะมีขั้วการรับสัญญาณจากดาวเทียมเพียงขั้วเดียว  หากว่าต้องการรับสัญญาณจาก 2 ขั้ว  จะต้องมีระบบหมุนขั้วคลื่น  ซึ่งระบบหมุนขั้วคลื่นนี้จะมีชื่อเรียกว่า ระบบ เซอร์โวโพราไรท์  ปัจจุบันระบบนี้  เริ่มเลิกใช้แล้ว  เพราะการเปลี่ยนขั้วการรับจะทำได้ช้าเพราะต้องรอให้มอเตอร์หมุนไปหาตำเหน่งขั้วคลื่น      ปัจจุบัน LNB ได้ผลิตแบบมี 2 ขั้วคลื่นในตัวเดียวกันเลยและใช้ระบบการตัดต่อสัญญาณแบบอิเล็คทรอนิกส์ทำให้การตัดต่อสัญญาณทำได้เร็วโดยไม่ต้องรอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 12, 2013, 05:18:49 PM โดย ช่างดาวเทียม »